วัดธาตุทอง
ประวัติวัดธาตุทอง ปกิณณกะ อุบาสก อุบาสิกา พระสงฆ์ พระธรรม พระพุทธเจ้า วัดธาตุทอง

หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: การทำงานอย่างมีความสุข  (อ่าน 1797 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Admin Vichai
Administrator
Full Member
*****

การ์ม่า: +0/-0
กระทู้: 249


ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: มิถุนายน 26, 2010, 02:28:20 PM »

การทำงานอย่างมีความสุข
การที่คนเราจะทำงานให้มีความสุขได้นั้น
ก่อนอื่นต้องพิจารณาก่อนว่า
เรารักงานที่ทำหรือไม่ ทำแล้วมีความสุขไหม
งานนั้นตรงตามความรู้ความสามารถของตนเองมากน้อยเพียงใด
บุคลิกภาพและสุขภาพ ร่างกายก็มีส่วนสำคัญในการทำงานเช่นเดียวกัน


ความรัก ความรักในงาน
อย่างน้อยต้องมีความรู้หรือเชี่ยวชาญงานที่เลือกปฏิบัติ
สนใจ ขยันหมั่นเพียร ทุ่มเทกำลังกายกำลังใจ
ซื่อสัตย์ ตรงต่อเวลา มีความคิดสร้างสรรค์ผลงาน
ทำงานให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีและได้ผลเป็นที่น่าพอใจ
ถ้าเรารักที่จะทำงานก็จะทำงานด้วยความสนุกสนาน
เพลิดเพลิน และมีความสุข


นอกจากความรักในงานแล้ว การทำงานบางครั้งต้องทำร่วมกับผู้อื่น
ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาการขัดแย้ง ความไม่เข้าใจกัน ความเห็นแก่ตัว
ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ถ้าเกิดในการทำงานก็จะทำงานไม่เป็นสุข
เครียด หมดกำลังใจ จึงต้องใช้ความอดทน อดกลั้น
เข้าช่วยผ่อนคลายปัญหาความขัดแย้งนั้น ๆ ก็อาจลดลงได้
ฉะนั้น นอกจากจะรักในงานแล้วยังต้องรักในคนด้วย
จึงจะทำงานร่วมกันได้อย่างมีความสุข


 ความซื่อสัตย์
เป็นลักษณะที่สำคัญในอาชีพอย่างหนึ่ง
คนเราต้องมีความซื่อสัตย์ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น
รักษาความลับ ผลประโยชน์ ทรัพย์สินต่าง ๆ ของส่วนรวม
ความซื่อสัตย์ในการทำงานจะส่งผลต่อตนเอง
ถึงแม้จะเป็นการยากที่ผู้อื่นไม่อาจมองหรือรับรู้ได้
อย่างน้อยตัวเราเองก็จะรู้อยู่แก่ใจ ว่าเรามีความซื่อสัตย์หรือไม่
สมควรได้รับความไว้วางใจจากผู้อื่นมากน้อยเพียงใด


 ความสามัคคี
ต้องมีความพร้อมเพรียงหรือความปรองดองเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
การร่วมมือกันทำงานให้สำเร็จลุล่วง ในการทำงานต้องมีความจริงใจต่อกัน
มองคนอื่นในแง่ดี มีส่วนร่วมในงานเต็มกำลังความสามารถ
รับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติ ปรับตนเองให้เข้ากับผู้อื่นได้
มนุษยสัมพันธ์เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้
เพราะมีส่วนสำคัญในการทำงานร่วมกันเป็นหมู่คณะ


ความเสียสละ
ต้องละความเห็นแก่ตัว แบ่งปันให้ผู้อื่นด้วยกำลังกาย
กำลังทรัพย์และกำลังสติปัญญา รวมทั้งละทิ้งอารมณ์ร้าย ๆ ในตนเอง
มีจิตใจกว้างขวางช่วยเหลือเกื้อกูล
สละความสุขและผลประโยชน์ส่วนตนลงบ้าง ไม่หวังผลตอบแทน
การเสียสละเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสังคมที่จะทำให้คนเราอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก


 ความมีระเบียบวินัย
ประพฤติ ปฏิบัติตนให้ถูกต้องเหมาะสม
ยึดถือและปฏิบัติตามกฎระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ มีศีลธรรม
รู้จักควบคุมตนเองให้เป็นไปตามระเบียบแบบแผน
และขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงาม
ย่อมทำให้เกิดความสุขแก่ตนเองและผู้ร่วมงาน


นอกจากการปฏิบัติตน ดังกล่าวข้างต้นแล้ว
ผู้เขียนยังยึดถือหลักคำสอนทางพุทธศาสนา ว่าด้วย อิทธิบาท 4
เป็นหลักในการปฏิบัติงานมาจนทุกวันนี้ ซึ่งประกอบด้วย

• ฉันทะ มีความพอใจรักใคร่ในงาน เต็มใจที่จะทำงาน ทำแล้วเกิดความสุข

• วิริยะ มีความตั้งใจที่จะทำงานด้วยความขยันหมั่นเพียร มุ่งมั่นที่จะทำงานให้สำเร็จ

• จิตตะ มีใจจดจ่อ เอาใจใส่ต่องานที่ทำด้วยความเต็มใจ

• วิมังสา มีความพยายามที่จะปรับปรุงงานที่ทำให้ดีมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น


ในทัศนะของผู้เขียน ผู้ใดก็ตามที่สามารถประพฤติปฏิบัติได้เช่นนี้
ก็จะก่อให้เกิดความสุขในการทำงาน ผลงานต่าง ๆ สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
เกิดแรงผลักดันที่จะพัฒนาตนเอง
ให้เจริญก้าวหน้าในการประกอบอาชีพที่มั่นคงในอนาคต


เรื่องโดย : สุกาญดา มีฟัก
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม
กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ที่มา...สุขกายสบายใจ

 
บันทึกการเข้า

สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา..สิ่งนั้นทั้งหมดล้วนมีความดับไปเป็นธรรมดา
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

วัดธาตุทอง เอกมัย กรุงเทพมหานคร