วัดธาตุทอง
ประวัติวัดธาตุทอง ปกิณณกะ อุบาสก อุบาสิกา พระสงฆ์ พระธรรม พระพุทธเจ้า วัดธาตุทอง

หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: วัดธาตุทอง ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ  (อ่าน 4187 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Admin Vichai
Administrator
Full Member
*****

การ์ม่า: +0/-0
กระทู้: 249


ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2009, 10:04:26 PM »

วัดธาตุทอง ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ
โดย วรธาร ทัดแก้ว

วัดธาตุทอง ตั้งอยู่แขวงพระโขนง เขตวัฒนา ติดกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสเอกมัย เป็นหนึ่งในวัดที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเคยเสด็จพระราชดำเนิน โดยเสด็จฯ เป็นทางการมาในการพระราชกรณียกิจถวายผ้าพระกฐิน ณ พระอุโบสถ เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 2515 ซึ่งภาพในวันนั้นมีประชาชนและข้าราชการมาคอยเฝ้าฯ รับเสด็จเนืองแน่น มิเพียงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเท่านั้นเสด็จฯ ต่อมาพระราชวงศ์ชั้นสูง อาทิ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จ พระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ องค์อุปถัมภ์วัดก็เคยเสด็จมาวัดธาตุทองด้วย

ความเป็นมา

วัดธาตุทอง มีสถานะเป็นวัดราษฎร์เกิดจากการนำชื่อวัด 2 วัดมารวมกัน หนึ่งคือ "วัดหน้าพระธาตุ" ซึ่งมีเจดีย์ใหญ่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ สองคือ "วัดทอง" ซึ่งเป็นวัดที่ชาวสวนชื่อ "นายทอง" ได้ถวายที่สวนสร้างและชื่อ วัดทองก็เรียกตามชื่อนายทอง ซึ่งวัดทั้งสองนี้มีความสำคัญต่อการเกิดขึ้นของวัดธาตุทอง ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อปี 2480 รัฐบาลต้องการสร้างท่าเรือกรุงเทพฯ ทำให้ที่ดินบริเวณนั้นรวมทั้งที่ของทั้งสองวัดต้องถูกเวนคืน ดังนั้นคณะสงฆ์ธรรมยุตโดยสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ วัดบวรนิเวศวิหาร จึงมีพระดำริหาที่สร้างวัดใหม่ และได้ที่ดินในสถานที่ปัจจุบันซึ่งมี 54 ไร่เศษ

 


ในปี พ.ศ. 2481 ได้มีการรื้อย้ายเสนาสนะที่เป็นไม้จากวัดทั้งสองมาสร้างกุฏิ ศาลาการเปรียญในที่ใหม่และตั้งชื่อใหม่ โดยชื่อนั้นสมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ ทรงนำเอาชื่อของทั้ง 2 วัดมารวมแล้วประทานนามว่า "วัดธาตุทอง"

สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่วัด

สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่วัด ธาตุทองนั้นคือ พระบรมสารีริกธาตุ ที่ได้มาจากพระเจดีย์ใหญ่ในวัดหน้าพระธาตุ ปัจจุบันประดิษฐานในพระอุโบสถของวัด อีกสิ่งหนึ่งคือ พระพุทธอภิบาลปวงชน พระพุทธรูปปางปฐมเทศนา ซึ่งมีทั้งองค์เดิมและองค์จำลองขึ้นใหม่ องค์เดิมประดิษฐานในพระอุโบสถ องค์จำลองประดิษฐานในศาลากระจกที่ตั้งอยู่ในบริเวณวัดด้านหน้า เกี่ยวกับพระพุทธปฏิมาองค์นี้เจ้าพระยาอมเรศสมบัติได้กราบทูลขอส่วนพระเศียรซึ่งประดิษฐานอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจากสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพแล้วสร้างองค์ขึ้นใหม่จนสำเร็จเป็นพระพุทธรูปสมบูรณ์และนำมาถวายวัดธาตุทองเมื่อปี พ.ศ. 2485

ธาตุทอง...บวรจริง

วัดจะเจริญหรือไม่เจริญอยู่ที่ผู้นำคือเจ้าอาวาส หากเจ้าอาวาสเอาใจใส่พัฒนาวัดก็เจริญรุ่งเรือง หากเจ้าอาวาสไม่นำพาวัดก็เจริญยาก แต่วัด ธาตุทองนับว่าโชคดีเพราะได้เจ้าอาวาสดีอย่าง พระธรรมปาโมกข์ (นพ อังกุรปัญโญ) เจ้าอาวาสรูปแรก ปกครองภิกษุสามเณรด้วยเมตตา บริหารวัดด้วยสายตาที่กว้างไกลเฉียบแหลม โดยนำ "บ้าน ราชการ" เข้ามาอยู่ในวัดในลักษณะ "บวร" ให้สัมพันธ์แน่นแฟ้น

จะเห็นได้จากกุฏิ โรงเรียนปริยัติธรรม โรงเรียนอนุบาล ประถม มัธยม หอประชุม หอสมุด อาคารมีชื่อต่างๆ รวมถึงศาลาตั้งศพ 83 ศาลาก็เกิดขึ้นมาจากความเมตตาของท่าน

นอกจากนี้ ยังเปิดวัดให้หน่วยงานราชการและเอกชนหลายแห่งมาตั้งทำการในที่ของวัด และอนุญาตให้ใช้อาคารสถานที่ของวัดอีกด้วย เช่น ศูนย์สาธารณสุข 21 กทม.ใช้อาคารคุณพ่อไต้ล้ง คุณแม่เซ็ง พรประภา อาคารเคียงศิริ ศูนย์บำบัดยาเสพติด ใช้อาคารเดียวกับศูนย์สาธารณสุข 21 สถานรับเลี้ยงเด็กพีระยา-นาวิน ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานวัดธาตุทอง เป็นต้น

มาถึงสมัยเจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน พระรัตนมงคลโมลี (2544-ปัจจุบัน) ท่านก็ไม่ละทิ้งปฏิปทาที่ เจ้าอาวาสองค์ก่อนดำเนินมา โดยเฉพาะความเป็นพระที่มีจิตเมตตา มุ่งประโยชน์ต่อคนหมู่มาก ท่านได้มอบโรงเรียนปริยัติธรรมหลังหนึ่งให้เป็นสาขาของมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ซึ่งจะเปิดเรียนในเดือน มิ.ย.นี้ บริษัทไทยประกันชีวิตถวายเงินตกแต่งปรับปรุงอาคาร ส่วนอีกหลังหนึ่งได้มอบให้ กศน.ใช้เป็นที่เรียนธนาคารกรุงเทพถวายเงินจำนวนหนึ่งในการปรับปรุงอาคารเช่นกัน

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กับวัดธาตุทอง

เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2550 เป็นวันที่ภิกษุสามเณรวัดธาตุทองและพุทธบริษัทต่างก็สำนึกในพระกรุณาธิคุณสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อทรงรับวัดธาตุทองไว้ในพระอุปถัมภ์ และวันที่ 18 พ.ย.2550 ได้พระราชทานตราสัญลักษณ์ประจำพระองค์เพื่อเป็นตราวัดธาตุทองด้วย ถือเป็นวัดเดียวในกรุงเทพฯ ที่ได้รับพระกรุณาธิคุณนี้
ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อวัด พระรัตนมงคลโมลีจึงได้ดำริสร้างอาคารเทิดพระเกียรติ 84 พรรษาราชนครินทร์ (กำลังอยู่ในช่วงดำเนินการ) และพระมหาเจดีย์ 84 พรรษา ราชนครินทร์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ

เกี่ยวกับพระมหาเจดีย์นั้น ทุนที่ใช้ในการก่อสร้างคาดไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท ลักษณะพระมหาเจดีย์ส่วนหนึ่งจำลองแบบมาจากพระมหาเจดีย์ของวัดธรรมมงคล เป็นการออกแบบที่มุ่งประโยชน์ใช้สอยเป็นสำคัญ มี 10 ชั้น ใช้เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ พระอรหันตธาตุ พระพุทธรูป 9 องค์ เป็นหอเก็บพระไตรปิฎกและคัมภีร์ทางพุทธศาสนา เป็นพิพิธภัณฑ์พระใหม่ เป็นต้น ส่วนแบบพระเจดีย์ที่ร่างออกมาทุกครั้งทางวัดจะนำขึ้นถวายสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ เพื่อทอดพระเนตรและมีพระวินิจฉัย ซึ่งกว่าแบบจะถูกพระทัยก็ได้นำขึ้นถวายเพื่อทอดพระเนตรถึง 12 ครั้ง ทั้งนี้เนื่องจากพระองค์ทรงพิถีพิถันเพื่อให้ออกมาดีที่สุด

ส่วนสถานที่สร้างนั้นอยู่ที่ด้านหลังพระอุโบสถ แต่ ขณะนี้ทุนเบื้องต้นยังมีไม่พอที่จะดำเนินการ ทางวัดจึงสร้างวัตถุมงคลครบรอบ 70 ปี วัดธาตุทอง รุ่นสร้างพระมหาเจดีย์ 84 พรรษาฯ ผ่านพิธีปลุกเสกไปเมื่อวันที่ 16 ก.พ. 2551 มีพระบูชามากมาย เช่น พระกริ่ง-พระสมเด็จราชนครินทร์ ฯลฯ

ผู้ที่ประสงค์จะร่วมทำบุญสร้างพระมหาเจดีย์เฉลิมพระเกียรติ ติดต่อที่เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง โทร. 02-714-4631-2 หรือโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาเอกมัย เลขที่บัญชี 014-1-38997-6
บันทึกการเข้า

สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา..สิ่งนั้นทั้งหมดล้วนมีความดับไปเป็นธรรมดา
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

วัดธาตุทอง เอกมัย กรุงเทพมหานคร